News & Activities

  • บทสัมภาษณ์ ดร.วิเศษ วรสุชา นิตยสาร Micro Computer ฉบับเดือนธันวาคม 55

     

     

    เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา นิตยสารไอทีชื่อดัง Micro Computer ได้เข้ามาสัมภาษณ์ ดร.วิเศษ วรสุชา กรรมการผู้จัดการ บริษัท เน็ตมาร์ค (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ รวมถึงให้มุมมองและแนวโน้มธุรกิจเอสไอ (System integrator) ที่จะเติบโตอย่างก้าวหน้าในอนาคต เพราะวันนี้เน็ตมาร์คได้พิสูจน์ให้เห็นประจักษ์ชัดถึงฝีมือในฐานะเป็นเอสไอที่เข้าตาองค์กรในระดับต่างๆ ด้วยผลงานเยี่ยมยอดจนสามารถก้าวขึ้นไปยืนบนแป้นเอสไอแถวหน้าได้อย่างสง่างาม ซึ่งเน้นย้ำความน่าเชื่อถือขององค์กรได้อย่างดี

    ด้วยปัจจัยแวดล้อมต่างๆที่เอื้อต่อการขยายฐานธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มผลผลิตอุตสาหกรรมรถยนต์จากนโยบายของรัฐ หรือเกิดจากผลพวกของภัยธรรมชาติต่างๆ รวมไปถึงการพยายามพัฒนาตนเองอยู่เสมอ ทำให้เน็ตมาร์คสามารถสร้างโอกาส และพร้อมพัฒนาโซลูชั่นใหม่ " NET-Cloud " ขึ้น โดยได้สร้างสรรค์ต่อยอดจากโซลูชั่นอื่นๆของเราที่มีอยู่เดิม เพื่อที่เราจะสามารถเข้าถึงความต้องการของลูกค้าในกลุ่มธุรกิจขนาดย่อมและธุรกิจกลางได้โดยเฉพาะ โดยคาดหวังให้ธุรกิจเหล่านี้มีศักยภาพในการพัฒนาไอทีขององค์กรได้แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น ด้วยงบประมาณที่องค์กรเหล่านัั้นสามารถควบคุมได้

    บริการต่างๆ ในเน็ตคลาวด์ที่ให้กับลูกค้ามีด้วยกัน 2 รูปแบบ ได้แก่ Business Continuity Management (BCM) Services เป็นบริการที่ทำให้ลูกค้าเกิดความมั่นใจว่าสามารถจะใช้งานแอพพลิเคชั่นที่มีความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง คือให้บริการรับฝากข้อมูลสำรองที่จะช่วยลูกค้าลดความเสี่ยงในกรณีฉุกเฉิน เริ่มตั้งแต่การให้คำปรึกษาถึงการจัดทำ Business Continuity Plan การออกแบบระบบสำรองสำหรับแอพพลิเคชั่น การเลือกสาขาใดสาขาหนึ่งในการเก็บสำรองข้อมูล การเลือกวิธีการสำรองข้อมูล และกู้คืนข้อมูลตามลำดับความจำเป็นยิ่งยวด งานบริการในลักษณะนี้เหมือนกับการทำดีอาร์ไซต์ (Disaster Recovery Site) ไว้รองรับในกรณีเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติหรือเหตุการณ์ไม่คาดฝันจนต้องโยกย้ายการทำงานไปยังสถานที่ปลอดภัยภายนอก ตามไซต์งานที่กำหนดไว้แล้ว หรือทำงานจากบ้านพักโดยอาศัยข้อมูลที่แบ็กอัปเก็บไว้ในดีอาร์ไซต์แห่งใดแห่งหนึ่ง สมัยก่อนลูกค้าที่จะทำดีอาร์ไซต์ได้ต้องเป็นลูกค้ารายใหญ่เท่านั้น เพราะบางทีอาจจะต้องเช่าพื้นที่ภายนอก ติดตั้งดาต้าเซ็นเตอร์ ซื้อเซิร์ฟเวอร์ เตรียมลีสไลน์ ฯลฯ ซึ่งเป็นการลงทุนที่เสียค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงมาก แต่ถ้าเป็นองค์กรขนาดเล็กและขนาดกลางไม่สามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเยอะขนาดนั้นได้ มีงบประมาณในการลงทุนไม่มากก็สามารถเลือกใช้บริการฝากระบบสำรองข้อมูลกับเรา ซึ่งจะตั้งดาต้าเซ็นเตอร์ให้ลูกค้านำเซิร์ฟเวอร์มาฝากแล้วแอกเซสหรือรีโมตจากออฟฟิศที่อยู่ภายนอก หรือถ้าไม่มีเซิร์ฟเวอร์ลูกค้าสามารถเข้ามาใช้บริการจากดาต้าเซ็นเตอร์ของเน็ตมาร์คเองก็ยังได้เลย

    ส่วนอีกบริการหนึ่งเรียกว่า Cloud-based IT Infrastructure เป็นบริการที่ช่วยให้องค์กรมีระบบโครงสร้างพื้นฐานทางไอทีเสมือนหนึ่งเวอร์ช่วลออฟฟิศที่มีทั้ง AD Server, Mail Server, Antivirus Server, Gateway Security การเก็บล็อก (Log) เพื่อคอมไพล์ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 ฯลฯ ได้มาตรฐาน มีความปลอดภัยสูง ค่าใช้จ่ายในการใช้งานโดยรวม (Total Cost of Ownership) ค่อนข้างต่ำ แล้วแต่ความต้องการของลูกค้าจะกว้างแค่ไหน ด้วยบริการนี้ระบบจะถูกติดตั้งไว้ที่ NET-Cloud ซึ่งจะมีทีมงานย่นระยะเวลาอัปเซอร์วิสให้เสร็จสิ้นภายในไม่เกิน 2 สัปดาห์ บริษัทเล็กๆ ก็สามารถใช้บริการได้ทันที

    “เน็ตมาร์คมีนโยบายเน้นหนักในเรื่องของการพัฒนาคุณภาพทีมงาน ซึ่งเป็นการบ้านหลักของเราที่จะต้องส่งเสริมในแง่ทักษะให้ดียิ่งขึ้นเรื่อยๆ เสมอต้นเสมอปลายตั้งแต่เมื่อก่อนจนถึงสมัยนี้และต่อไปในอนาคตข้างหน้า ตลอดจนประสบการณ์ในการนำเสนองานให้กับลูกค้า คุณสมบัติสำคัญคือพนักงานทุกคนจะต้องมีใจรักงานบริการ (Service Mind) นี่คือวิสัยทัศน์และภารกิจหลักที่เน็ตมาร์คยึดถือมาตลอดเพื่อสร้างความเชื่อมั่นขึ้นในความรู้สึกของลูกค้าที่มีต่อเราอย่างยาวนาน ซึ่งความสำเร็จที่ได้มานั้นเริ่มจากการที่เรามีระบบรองรับคำสั่งซื้อจากลูกค้าญี่ปุ่นได้อย่างดีและมีประสิทธิภาพ จุดเด่นของเราจากประสบการณ์การทำงานกว่า 10 ปีที่ทำงานร่วมกับชาวญี่ปุ่นทั้งในเมืองไทยและบริษัทแม่ในญี่ปุ่น ทำให้เราเข้าใจถึงรูปแบบการทำงานของอุตสาหกรรมที่ดำเนินการโดยชาวญี่ปุ่น นอกจากนี้ทีมงานของเราก็ยังสามารถสื่อสารภาษาญี่ปุ่นได้อีกด้วย ทำให้เน็ตมาร์คสามารถติดต่อประสานงานกับลูกค้าญี่ปุ่นได้อย่างถูกต้องตรงประเด็น ส่งผลให้การทำงานมีความรวดเร็วและแก้ปัญหาได้ตรงจุด ซึ่งหากเกิดปัญหาหรือมีความต้องการใช้งานในรูปแบบพิเศษ เราก็สามารถเชื่อมโยงกับสำนักงานใหญ่ของเน็ตมาร์คได้ทันทีเพื่อเจรจาหรือให้บริการกับสำนักงานใหญ่ของอุตสาหกรรมนั้นๆ ในประเทศญี่ปุ่นได้โดยตรง ช่วยให้เกิดความสะดวกและคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจมากยิ่งขึ้น ลูกค้าจึงได้รับความพึงพอใจ และไว้วางใจเน็ตมาร์คให้มาเข้าดูแลระบบไอทีต่างๆ เรื่อยมาจนถึงทุกวันนี้”

  • บทสัมภาษณ์ ดร.วิเศษ วรสุชา นิตยสาร Micro Computer ฉบับเดือนธันวาคม 55

     

     

    เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา นิตยสารไอทีชื่อดัง Micro Computer ได้เข้ามาสัมภาษณ์ ดร.วิเศษ วรสุชา กรรมการผู้จัดการ บริษัท เน็ตมาร์ค (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ รวมถึงให้มุมมองและแนวโน้มธุรกิจเอสไอ (System integrator) ที่จะเติบโตอย่างก้าวหน้าในอนาคต เพราะวันนี้เน็ตมาร์คได้พิสูจน์ให้เห็นประจักษ์ชัดถึงฝีมือในฐานะเป็นเอสไอที่เข้าตาองค์กรในระดับต่างๆ ด้วยผลงานเยี่ยมยอดจนสามารถก้าวขึ้นไปยืนบนแป้นเอสไอแถวหน้าได้อย่างสง่างาม ซึ่งเน้นย้ำความน่าเชื่อถือขององค์กรได้อย่างดี

    ด้วยปัจจัยแวดล้อมต่างๆที่เอื้อต่อการขยายฐานธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มผลผลิตอุตสาหกรรมรถยนต์จากนโยบายของรัฐ หรือเกิดจากผลพวกของภัยธรรมชาติต่างๆ รวมไปถึงการพยายามพัฒนาตนเองอยู่เสมอ ทำให้เน็ตมาร์คสามารถสร้างโอกาส และพร้อมพัฒนาโซลูชั่นใหม่ " NET-Cloud " ขึ้น โดยได้สร้างสรรค์ต่อยอดจากโซลูชั่นอื่นๆของเราที่มีอยู่เดิม เพื่อที่เราจะสามารถเข้าถึงความต้องการของลูกค้าในกลุ่มธุรกิจขนาดย่อมและธุรกิจกลางได้โดยเฉพาะ โดยคาดหวังให้ธุรกิจเหล่านี้มีศักยภาพในการพัฒนาไอทีขององค์กรได้แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น ด้วยงบประมาณที่องค์กรเหล่านัั้นสามารถควบคุมได้

    บริการต่างๆ ในเน็ตคลาวด์ที่ให้กับลูกค้ามีด้วยกัน 2 รูปแบบ ได้แก่ Business Continuity Management (BCM) Services เป็นบริการที่ทำให้ลูกค้าเกิดความมั่นใจว่าสามารถจะใช้งานแอพพลิเคชั่นที่มีความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง คือให้บริการรับฝากข้อมูลสำรองที่จะช่วยลูกค้าลดความเสี่ยงในกรณีฉุกเฉิน เริ่มตั้งแต่การให้คำปรึกษาถึงการจัดทำ Business Continuity Plan การออกแบบระบบสำรองสำหรับแอพพลิเคชั่น การเลือกสาขาใดสาขาหนึ่งในการเก็บสำรองข้อมูล การเลือกวิธีการสำรองข้อมูล และกู้คืนข้อมูลตามลำดับความจำเป็นยิ่งยวด งานบริการในลักษณะนี้เหมือนกับการทำดีอาร์ไซต์ (Disaster Recovery Site) ไว้รองรับในกรณีเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติหรือเหตุการณ์ไม่คาดฝันจนต้องโยกย้ายการทำงานไปยังสถานที่ปลอดภัยภายนอก ตามไซต์งานที่กำหนดไว้แล้ว หรือทำงานจากบ้านพักโดยอาศัยข้อมูลที่แบ็กอัปเก็บไว้ในดีอาร์ไซต์แห่งใดแห่งหนึ่ง สมัยก่อนลูกค้าที่จะทำดีอาร์ไซต์ได้ต้องเป็นลูกค้ารายใหญ่เท่านั้น เพราะบางทีอาจจะต้องเช่าพื้นที่ภายนอก ติดตั้งดาต้าเซ็นเตอร์ ซื้อเซิร์ฟเวอร์ เตรียมลีสไลน์ ฯลฯ ซึ่งเป็นการลงทุนที่เสียค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงมาก แต่ถ้าเป็นองค์กรขนาดเล็กและขนาดกลางไม่สามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเยอะขนาดนั้นได้ มีงบประมาณในการลงทุนไม่มากก็สามารถเลือกใช้บริการฝากระบบสำรองข้อมูลกับเรา ซึ่งจะตั้งดาต้าเซ็นเตอร์ให้ลูกค้านำเซิร์ฟเวอร์มาฝากแล้วแอกเซสหรือรีโมตจากออฟฟิศที่อยู่ภายนอก หรือถ้าไม่มีเซิร์ฟเวอร์ลูกค้าสามารถเข้ามาใช้บริการจากดาต้าเซ็นเตอร์ของเน็ตมาร์คเองก็ยังได้เลย

    ส่วนอีกบริการหนึ่งเรียกว่า Cloud-based IT Infrastructure เป็นบริการที่ช่วยให้องค์กรมีระบบโครงสร้างพื้นฐานทางไอทีเสมือนหนึ่งเวอร์ช่วลออฟฟิศที่มีทั้ง AD Server, Mail Server, Antivirus Server, Gateway Security การเก็บล็อก (Log) เพื่อคอมไพล์ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 ฯลฯ ได้มาตรฐาน มีความปลอดภัยสูง ค่าใช้จ่ายในการใช้งานโดยรวม (Total Cost of Ownership) ค่อนข้างต่ำ แล้วแต่ความต้องการของลูกค้าจะกว้างแค่ไหน ด้วยบริการนี้ระบบจะถูกติดตั้งไว้ที่ NET-Cloud ซึ่งจะมีทีมงานย่นระยะเวลาอัปเซอร์วิสให้เสร็จสิ้นภายในไม่เกิน 2 สัปดาห์ บริษัทเล็กๆ ก็สามารถใช้บริการได้ทันที

    “เน็ตมาร์คมีนโยบายเน้นหนักในเรื่องของการพัฒนาคุณภาพทีมงาน ซึ่งเป็นการบ้านหลักของเราที่จะต้องส่งเสริมในแง่ทักษะให้ดียิ่งขึ้นเรื่อยๆ เสมอต้นเสมอปลายตั้งแต่เมื่อก่อนจนถึงสมัยนี้และต่อไปในอนาคตข้างหน้า ตลอดจนประสบการณ์ในการนำเสนองานให้กับลูกค้า คุณสมบัติสำคัญคือพนักงานทุกคนจะต้องมีใจรักงานบริการ (Service Mind) นี่คือวิสัยทัศน์และภารกิจหลักที่เน็ตมาร์คยึดถือมาตลอดเพื่อสร้างความเชื่อมั่นขึ้นในความรู้สึกของลูกค้าที่มีต่อเราอย่างยาวนาน ซึ่งความสำเร็จที่ได้มานั้นเริ่มจากการที่เรามีระบบรองรับคำสั่งซื้อจากลูกค้าญี่ปุ่นได้อย่างดีและมีประสิทธิภาพ จุดเด่นของเราจากประสบการณ์การทำงานกว่า 10 ปีที่ทำงานร่วมกับชาวญี่ปุ่นทั้งในเมืองไทยและบริษัทแม่ในญี่ปุ่น ทำให้เราเข้าใจถึงรูปแบบการทำงานของอุตสาหกรรมที่ดำเนินการโดยชาวญี่ปุ่น นอกจากนี้ทีมงานของเราก็ยังสามารถสื่อสารภาษาญี่ปุ่นได้อีกด้วย ทำให้เน็ตมาร์คสามารถติดต่อประสานงานกับลูกค้าญี่ปุ่นได้อย่างถูกต้องตรงประเด็น ส่งผลให้การทำงานมีความรวดเร็วและแก้ปัญหาได้ตรงจุด ซึ่งหากเกิดปัญหาหรือมีความต้องการใช้งานในรูปแบบพิเศษ เราก็สามารถเชื่อมโยงกับสำนักงานใหญ่ของเน็ตมาร์คได้ทันทีเพื่อเจรจาหรือให้บริการกับสำนักงานใหญ่ของอุตสาหกรรมนั้นๆ ในประเทศญี่ปุ่นได้โดยตรง ช่วยให้เกิดความสะดวกและคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจมากยิ่งขึ้น ลูกค้าจึงได้รับความพึงพอใจ และไว้วางใจเน็ตมาร์คให้มาเข้าดูแลระบบไอทีต่างๆ เรื่อยมาจนถึงทุกวันนี้”

<< Back
Back
  • บทสัมภาษณ์ ดร.วิเศษ วรสุชา นิตยสาร Micro Computer ฉบับเดือนธันวาคม 55

 

 

เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา นิตยสารไอทีชื่อดัง Micro Computer ได้เข้ามาสัมภาษณ์ ดร.วิเศษ วรสุชา กรรมการผู้จัดการ บริษัท เน็ตมาร์ค (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ รวมถึงให้มุมมองและแนวโน้มธุรกิจเอสไอ (System integrator) ที่จะเติบโตอย่างก้าวหน้าในอนาคต เพราะวันนี้เน็ตมาร์คได้พิสูจน์ให้เห็นประจักษ์ชัดถึงฝีมือในฐานะเป็นเอสไอที่เข้าตาองค์กรในระดับต่างๆ ด้วยผลงานเยี่ยมยอดจนสามารถก้าวขึ้นไปยืนบนแป้นเอสไอแถวหน้าได้อย่างสง่างาม ซึ่งเน้นย้ำความน่าเชื่อถือขององค์กรได้อย่างดี

ด้วยปัจจัยแวดล้อมต่างๆที่เอื้อต่อการขยายฐานธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มผลผลิตอุตสาหกรรมรถยนต์จากนโยบายของรัฐ หรือเกิดจากผลพวกของภัยธรรมชาติต่างๆ รวมไปถึงการพยายามพัฒนาตนเองอยู่เสมอ ทำให้เน็ตมาร์คสามารถสร้างโอกาส และพร้อมพัฒนาโซลูชั่นใหม่ " NET-Cloud " ขึ้น โดยได้สร้างสรรค์ต่อยอดจากโซลูชั่นอื่นๆของเราที่มีอยู่เดิม เพื่อที่เราจะสามารถเข้าถึงความต้องการของลูกค้าในกลุ่มธุรกิจขนาดย่อมและธุรกิจกลางได้โดยเฉพาะ โดยคาดหวังให้ธุรกิจเหล่านี้มีศักยภาพในการพัฒนาไอทีขององค์กรได้แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น ด้วยงบประมาณที่องค์กรเหล่านัั้นสามารถควบคุมได้

บริการต่างๆ ในเน็ตคลาวด์ที่ให้กับลูกค้ามีด้วยกัน 2 รูปแบบ ได้แก่ Business Continuity Management (BCM) Services เป็นบริการที่ทำให้ลูกค้าเกิดความมั่นใจว่าสามารถจะใช้งานแอพพลิเคชั่นที่มีความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง คือให้บริการรับฝากข้อมูลสำรองที่จะช่วยลูกค้าลดความเสี่ยงในกรณีฉุกเฉิน เริ่มตั้งแต่การให้คำปรึกษาถึงการจัดทำ Business Continuity Plan การออกแบบระบบสำรองสำหรับแอพพลิเคชั่น การเลือกสาขาใดสาขาหนึ่งในการเก็บสำรองข้อมูล การเลือกวิธีการสำรองข้อมูล และกู้คืนข้อมูลตามลำดับความจำเป็นยิ่งยวด งานบริการในลักษณะนี้เหมือนกับการทำดีอาร์ไซต์ (Disaster Recovery Site) ไว้รองรับในกรณีเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติหรือเหตุการณ์ไม่คาดฝันจนต้องโยกย้ายการทำงานไปยังสถานที่ปลอดภัยภายนอก ตามไซต์งานที่กำหนดไว้แล้ว หรือทำงานจากบ้านพักโดยอาศัยข้อมูลที่แบ็กอัปเก็บไว้ในดีอาร์ไซต์แห่งใดแห่งหนึ่ง สมัยก่อนลูกค้าที่จะทำดีอาร์ไซต์ได้ต้องเป็นลูกค้ารายใหญ่เท่านั้น เพราะบางทีอาจจะต้องเช่าพื้นที่ภายนอก ติดตั้งดาต้าเซ็นเตอร์ ซื้อเซิร์ฟเวอร์ เตรียมลีสไลน์ ฯลฯ ซึ่งเป็นการลงทุนที่เสียค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงมาก แต่ถ้าเป็นองค์กรขนาดเล็กและขนาดกลางไม่สามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเยอะขนาดนั้นได้ มีงบประมาณในการลงทุนไม่มากก็สามารถเลือกใช้บริการฝากระบบสำรองข้อมูลกับเรา ซึ่งจะตั้งดาต้าเซ็นเตอร์ให้ลูกค้านำเซิร์ฟเวอร์มาฝากแล้วแอกเซสหรือรีโมตจากออฟฟิศที่อยู่ภายนอก หรือถ้าไม่มีเซิร์ฟเวอร์ลูกค้าสามารถเข้ามาใช้บริการจากดาต้าเซ็นเตอร์ของเน็ตมาร์คเองก็ยังได้เลย

ส่วนอีกบริการหนึ่งเรียกว่า Cloud-based IT Infrastructure เป็นบริการที่ช่วยให้องค์กรมีระบบโครงสร้างพื้นฐานทางไอทีเสมือนหนึ่งเวอร์ช่วลออฟฟิศที่มีทั้ง AD Server, Mail Server, Antivirus Server, Gateway Security การเก็บล็อก (Log) เพื่อคอมไพล์ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 ฯลฯ ได้มาตรฐาน มีความปลอดภัยสูง ค่าใช้จ่ายในการใช้งานโดยรวม (Total Cost of Ownership) ค่อนข้างต่ำ แล้วแต่ความต้องการของลูกค้าจะกว้างแค่ไหน ด้วยบริการนี้ระบบจะถูกติดตั้งไว้ที่ NET-Cloud ซึ่งจะมีทีมงานย่นระยะเวลาอัปเซอร์วิสให้เสร็จสิ้นภายในไม่เกิน 2 สัปดาห์ บริษัทเล็กๆ ก็สามารถใช้บริการได้ทันที

“เน็ตมาร์คมีนโยบายเน้นหนักในเรื่องของการพัฒนาคุณภาพทีมงาน ซึ่งเป็นการบ้านหลักของเราที่จะต้องส่งเสริมในแง่ทักษะให้ดียิ่งขึ้นเรื่อยๆ เสมอต้นเสมอปลายตั้งแต่เมื่อก่อนจนถึงสมัยนี้และต่อไปในอนาคตข้างหน้า ตลอดจนประสบการณ์ในการนำเสนองานให้กับลูกค้า คุณสมบัติสำคัญคือพนักงานทุกคนจะต้องมีใจรักงานบริการ (Service Mind) นี่คือวิสัยทัศน์และภารกิจหลักที่เน็ตมาร์คยึดถือมาตลอดเพื่อสร้างความเชื่อมั่นขึ้นในความรู้สึกของลูกค้าที่มีต่อเราอย่างยาวนาน ซึ่งความสำเร็จที่ได้มานั้นเริ่มจากการที่เรามีระบบรองรับคำสั่งซื้อจากลูกค้าญี่ปุ่นได้อย่างดีและมีประสิทธิภาพ จุดเด่นของเราจากประสบการณ์การทำงานกว่า 10 ปีที่ทำงานร่วมกับชาวญี่ปุ่นทั้งในเมืองไทยและบริษัทแม่ในญี่ปุ่น ทำให้เราเข้าใจถึงรูปแบบการทำงานของอุตสาหกรรมที่ดำเนินการโดยชาวญี่ปุ่น นอกจากนี้ทีมงานของเราก็ยังสามารถสื่อสารภาษาญี่ปุ่นได้อีกด้วย ทำให้เน็ตมาร์คสามารถติดต่อประสานงานกับลูกค้าญี่ปุ่นได้อย่างถูกต้องตรงประเด็น ส่งผลให้การทำงานมีความรวดเร็วและแก้ปัญหาได้ตรงจุด ซึ่งหากเกิดปัญหาหรือมีความต้องการใช้งานในรูปแบบพิเศษ เราก็สามารถเชื่อมโยงกับสำนักงานใหญ่ของเน็ตมาร์คได้ทันทีเพื่อเจรจาหรือให้บริการกับสำนักงานใหญ่ของอุตสาหกรรมนั้นๆ ในประเทศญี่ปุ่นได้โดยตรง ช่วยให้เกิดความสะดวกและคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจมากยิ่งขึ้น ลูกค้าจึงได้รับความพึงพอใจ และไว้วางใจเน็ตมาร์คให้มาเข้าดูแลระบบไอทีต่างๆ เรื่อยมาจนถึงทุกวันนี้”