ข้อดีของการใช้สายสัญญาณแบบทองแดง คือ หาซื้อง่าย ราคาไม่แพง ค่าติดตั้งถูก ความรวดเร็วในการเชื่อมต่ออยู่ในเกณฑ์ดี สามารถควบคุมจุดเชื่อมต่อและการแพร่กระจายของข้อมูลได้ดี แต่จะมีข้อจำกัดเรื่องระยะทางซึ่งระยะจากต้นทางถึงปลายทางต้องไม่เกิน 100 เมตร (ระยะของการเดินสาย 90 เมตร บวกระยะสายเชื่อมต่อต้นทางและปลายทางรวมกันไม่เกิน 10 เมตร)

หากแบ่งสายสัญญาณทองแดงตามประเภทของความเร็ว ประเภทของสายที่นิยมใช้งานกันอยู่ในปัจจุบัน จะมีด้วยกันอยู่ 3 ประเภทตามความเร็วสูงสุดที่รองรับและระยะทางของสายตามตารางดังต่อไปนี้

ทั้งนี้ในแต่ละประเภทของสายสัญญาณสามารถแบ่งแยกย่อยได้อีก เช่น 

- ชนิดของฉนวนหุ้มสาย

  • ฉนวนหุ้มสายชนิด CM จะเหมาะกับการเดินสายภายในชั้นเดียวกัน
  • ฉนวนหุ้มสายชนิด CMR เหมาะกับการเดินสายที่มีการข้ามชั้น เนื่องจากวัสดุที่เป็นฉนวนหุ้มสายจะทนทานการลามไฟในแนวดิ่งได้ดีกว่าแบบ CM
  • ฉนวนหุ้มสายชนิด LSZH (Low Smoke Zero Halogen) หากเกิดการเผาไหม้จะมีปริมาณควันต่ำ และสารพิษและก๊าซที่มีฤทธิ์กัดกร่อนซึ่งเป็นอันตรายต่อระบบหายใจ

           - ลักษณะของการติดตั้ง สายภายในอาคาร, สายภายนอกอาคาร, สายชนิดที่ติดตั้งได้ทั้งภายในและภายนอกอาคาร

        - ประเภทของฟอยล์ห่อหุ้มสาย แบ่งออกเป็น

  • UTP (Unshielded Twisted Pair) ไม่มีฉนวนหุ้ม – เป็นสายสัญญาณที่ได้รับความนิยมในการใช้งานระบบเครือข่ายมากที่สุด ในปัจจุบันมีข้อดีในเรื่องราคาและความง่ายดายในการติดตั้ง

  • F/UTP (Foiled – Unshielded Twisted Pair)  เป็นสายที่ได้รับการพัฒนาเพื่อแก้ไขปัญหาในเรื่องสัญญาณรบกวนที่เกิดขึ้นกับสายสัญญาณแบบ UTP

  • FTP (Foiled Twisted Pair) แต่ละแกนย่อยของสายมีฟอยล์ห่อหุ้มเพื่อกันสัญญาณรบกวนจากภายนอก

เป็นสายสัญญาณสำหรับการเชื่อมต่อที่มีระยะทางมากกว่า 100 เมตร ซึ่งไม่สามารถใช้สายสัญญาณทองแดงในการเชื่อมต่อได้ แบ่งประเภทออกได้เป็น 2 กลุ่มหลักๆคือ Multimode และ Single mode โดยมีระยะการรองรับการเชื่อมต่อในรูปแบบต่างๆดังนี้

ANSI/TIA-568-C.0 and C.1: Optical Fiber Supportable Distances

 

NOTES:

S=Short wavelength; L=Long wavelength; E=Extended wavelength; NST=Non-standard; N/A=Not applicable.

เปรียบเทียบข้อดีและข้อเสียของสายสัญญาณแต่ละประเภทและระบบสัญญาณแบบไร้สาย (Wireless)

ไม่มีข้อมูล

ไม่มีข้อมูล

นอกจากระบบความปลอดภัยทางเครือข่ายแล้ว ในทางกายภาพเราสามารถป้องกันการเข้าถึงของ port ของอุปกรณ์หรือการเปลี่ยนแปลงการเชื่อมต่อได้  โดยมีรูปแบบต่าง ๆ ดังนี้

  • แบบปิดช่องของหัวต่อสายตัวเมีย แบบ RJ-45 และ LC (Block-out device)
  • แบบป้องกันการเปลี่ยนแปลงการเชื่อมต่อ สำหรับตัวต่อแบบ RJ-45 และ LC (Lock-in device)

RJ-45 block-out device & lock-in device

 

LC block-out device & lock-in device

       1. Copper Cable Category 8

       ปัจจุบันมาตรฐาน TIA/EIA 568C.2 ครอบคลุมถึงคุณสมบัติของสายทองแดงตีเกลียวไว้ถึงแค่ Catergory 6A ที่รองรับความเร็วในการส่งสัญญาณสูงสุดที่ 10 Gbps (IEEE 10G Base-T) ในระยะทางสูงสุด 100 เมตร ซึ่งในขณะนี้คณะผู้ปรับปรุงมาตรฐานของ TIA/EIA 568C.2 กำลังเร่งกำหนดมาตรฐานเพิ่มเติมสำหรับ Category 8 ซึ่งจะมีความกว้างช่องสัญญาณ (Bandwidth) สูงสุดถึง 2,000 MHz ซึ่งสามารถส่งสัญญาณที่ความเร็ว 40 Gbps (IEEE 40G Base-T)ได้ที่ระยะทางสูงสุด 30 เมตร

       2. 10G-40G-100G Fiber Optic Cabling Migration  (สำหรับการส่งข้อมูลแบบขนานผ่านสายใยแก้วนำแสงแบบ multimode 

       เพื่อที่จะรองรับการเปลี่ยนแปลงและการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของความต้องการความกว้างของช่องสัญญาณ (Bandwidth) ที่จะสามารถส่งข้อมูลได้ในความเร็วที่สูงขึ้นทำให้เราต้องวางแผนการติดตั้งสายสัญญาณให้เหมาะสม โดยแนวโน้มการใช้งานระบบ Ethernet ในอนาคตจะเพิ่มจากความเร็ว 10 Gbps ไปยัง 40 Gbps และ 100 Gbps ตามลำดับ ซึ่งสรุปแนวโน้มและรูปแบบการส่งข้อมูลได้ตามข้อมูลด้านล่าง  

ตารางแสดงแนวโน้มการใช้งานสายใยแก้วนำแสงที่ 40 GbE และ 100 GbE 

 

                    รูปแสดงการส่งข้อมูลแบบขนานความเร็ว 40G และ 100G บนหัวต่อแบบ MPO บนสายใยแก้วนำแสงแบบ Multimode

การเปลี่ยนแปลงจาก 10GbE เป็น 40 GbE ใช้สายสำเร็จรูปที่มีจำนวนใยแก้วนำแสงในเส้นเดียวกัน 12 Core จะทำให้สามารถทำการเปลี่ยนแปลงได้โดยง่ายโดยใช้สายใยแก้วนำแสงเส้นเดิม เพียงแค่เปลี่ยนตัว adapter หรือ cassette ที่กล่องพักสายใยแก้วนำแสงเท่านั้น ตามรูปด้านล่าง

ส่วนในกรณีที่ต้องการเปลี่ยนเป็น 100GbE ซึ่งต้องการใยแก้วนำแสงสำเร็จรูปจำนวน 24 core ในกรณีที่มีสายเดิมขนาด 12 Core ติดตั้งอยู่แล้วก็เพียงแค่เดินสายใยแก้วนำแสงสำเร็จรูปขนาด 12 Core เพิ่มอีกหนึ่งเส้น หรือไม่ก็ติดตั้งสายใยแก้วนำแสงสำเร็จรูปขนาด 24 Core ตั้งแต่เริ่มแรกก็จะสามารถปรับเปลี่ยนจาก 10GbE เป็น 40 GbE และ 100 GbE ได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องติดตั้งสายใยแก้วนำแสงใหม่

รูปแสดงการเปลี่ยนถ่ายจาก 10GbE เป็น 40GbE และ 100 GbE

 

 

 

 

2              

Request a quote in seconds complete the form below to get your free quote

*